โรงแรม เดือนฉายรีสอร์ท ริมแม่น้ำแควใหญ่ กาญจนบุร                                             Language :
Attractions on Kanchanaburi
Attractions 1 | Attractions 2 | Attractions 3 | Attractions 4 | Attractions 5 | Attractions 6 | Attractions 7 | Attractions 8
สะพานข้ามแม่น้ำแคว สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งที่สร้างขึ้นสมัยสงคราม
โลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน
ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา
มลายู ไทย พม่า อินเดีย อีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้น
ทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้าง
สะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความลำบาก ความทารุณของสง
ครามและโรคร้าย ตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสีย
ชีวิตลง จึงเป็นที่มาของคำเรียกขานนามว่า “ทางรถไฟสายมรณะ”
สุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก) ที่พักอันเป็นนิรันดร์ของทหารสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตขณะ
ถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟสาย ยุทธศาสตร์ ช่วงสงครามโลกครั้งที่  2  จำนวน 6,982 หลุม
สุสานแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ เป็น สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ภายในมีการตกแต่งสวยงาม
ทุกๆปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยแล้วชาวต่างประเทศ มาเยี่ยมชมจำนวนมาก
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่  2 สถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์สมันสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลย
ศึกสงครามและภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์เก็บ
รวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชรพลอย และเครื่องประดับ
พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายไทย-พม่า
เริ่มตั้งแต่การเข้ามาของญี่ปุ่น การออกแบบและการสร้างทางรถไฟ สภาพภูมิศาสตร์ของทาง
รถไฟ สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์ การปฏิบัติการของทางรถไฟ การทิ้งระเบิด
การทำลายทางรถไฟ และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ
พิพิธภัณฑ์อักษะและเชลยศึก (วัดใต้)  The Jeath War Museum
จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เชลยศึกที่เสียชีวิต เพราะการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะกว่า
16,000 คน ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมไม้ไผ่
เลียบแบบค่ายศึกเชลยศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในเก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียน และ
บทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธปืนและลูก
ระเบิดในสมัยนั้น เพื่อสะท้อนให้เห็นบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม
ถนนปากแพรก ชุมชนเก่าแก่ของเมืองกาญจน์ที่ตั้งขนาดไปกับแม่น้ำแควใหญ่ ใกล้กำแพง
เมือง ณ บริเวณจุดที่แม่น้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ เป็นชัยภูมิที่รัชกาลที่ 3
ทรงใช้สร้างเป็นเมืองใหม่ในปีพ.ศ.2374 และได้ขยับขยายบ้านเมือง สืบทอดวิถีผู้คน ผ่าน
ยุคผ่านสมัยล่าอณานิคม ยุคสงครามโลก เรื่อยมาจนเป็นเมืองกาญจน์ในปัจจุบัน กว่า 177
ปีแล้ว ที่ ถนนปากแพรก มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ พร้อมกับการสร้างเมืองในยุคแรกๆ
ในการเป็นย่านการค้าสำคัญ ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชม อาคารบ้านเรือนเก่าๆ
ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ พร้อมแวะชิมอาหารและขนมอร่อยๆ ที่ตั้งกระจายอยู่ตลอด
แนวถนน
วัดถ้ำมังกรทอง วัดนี้สร้างขึ้นในปี 2447 เหตุที่ได้ชื่อว่าวัดถ้ำมังกรทอง เนื่องจากมีถ้ำขนาด
เล็กอยู่บนยอดเขา มีราวบันไดรูปมังกรใหญ่ 2 ตัวขนานไปจนสุดทางเข้าปากถ้ำ มีบันไดทั้ง
หมด 95 ขั้น ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโต ดูน่าเกรงขาม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงเกี่ยว
กับการทำสมาธิลอยตัวในน้ำ ที่เรียกว่า แม่ชีลอยน้ำ การแสดงไม่มีการกำหนดเวลาขึ้นอยู่กับ
จำนวนผู้ชม โดยเสียคาเข้าชม (ทำบุญ) 10บาท/คน
วัดโพธิสัตว์บรรพตนิมิต วัดนี้มีศิลปกรรมแบบล้านนา เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดเป็นลูกศิษย์ของ
เกจิอาจารย์ชื่อดังทางภาคเหนือ ชมวัดที่มีลักษณะของศิลปะแห่งล้านนา มหาเจดีย์สิริมงคลชัย
เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวองค์ใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระไตรปิฎก 84,000
พระธรรมขันธ์ ภูมิทัศน์โดยรอบวัดมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ราวกันยายนของทุกปี จะจัดพิธี
ไหว้ครูแบบล้านนาอย่างยิ่งใหญ่
วัดมโนธรรมาราม (นางโน) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ต.ม่วงชุม สันนิษฐานว่าสร้างมาหลาย
ร้อยปีแล้ว จากศาสนสถาน และศาสนวัตถุที่ปรากฏอยู่ ล้วนเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น จึง
คาดว่าวัดนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน ครั้งเกิดสงครามไทยกับพม่า ชาวบ้านอพยพหนีไปที่อื่น
แต่เมื่อกลับมาถิ่นฐานเดิม จึงมีการบูรณปฏิสังขรณ์วัด โดยมีท่านผู้หญิงท่านหนึ่งชื่อ “โน”
เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดนางโน” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดมโนธรร
มาราม” เมื่อปี พ.ศ. 2502
ถ้าละว้า ถ้ำขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงมานาน มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก แบ่งเป็นห้องต่างๆ
อาทิ ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี ห้องพระปรางค์ ห้องม่าน ซึ่งแต่ละห้องมีความงดงามของ
หินงอกหินย้อยรูปลักษณะที่แตกต่างกันออกไป บ้างเหมือนม่านโรงละคร บ้างมีประกายระยิบ
ระยับราวกับโรยด้วยกากเพชร
ถ้ำน้ำตก เป็นถ้ำน้ำลอดเช่นเดียวกับถ้ำเสาหินและถ้ำนกนางแอ่นแต่มีความพิเศษกว่า
คือ ธารน้ำใต้ดินภายในถ้ำจะไหลลดหลั่นกันลงมาก่อให้เกิดน้ำตกสูงถึง ๑๗ ชั้น ชั้นที่
สูงสุด สูงถึง ๒๐ เมตร นับได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่ง อีกทั้งยัง
มีหินงอกหินย้อยรูปทรงสวยงามอีกเป็นจำนวนมาก ความยาวตลอดถ้ำประมาณ ๒,๗๑๐
เมตร
ถ้ำใหญ่ เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ ปากทางเข้ากว้างประมาณ ๕๐ เมตร ภายในถ้ำสามารถ
จุคนได้หลายพันคน จัดเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากถ้ำน้ำตกประ
มาณ ๑ กิโลเมตร
ถ้ำนกนางแอ่น อยู่บริเวณตอนกลางของห้วยลำคลองงู ในท้องที่ หมู่ ๕ บ้านเขาพระอินทร์
ตำบลชะแล เป็นถ้ำขนาดใหญ่มาก ลักษณะเป็นถ้ำทะลุ มีลำห้วยคลองงูไหลผ่าน เช่นเดียว
กับถ้ำเสาหิน มีความยาวประมาณ ๓ กิโลเมตร ลักษณะพิเศษคือ เกิดจากการยุบตัวของ
เปลือกโลกเหมือนปล่องภูเขาไฟทำให้ถ้ำนกนางแอ่นแบ่งออกเป็น ๓ ช่วงเหมือนกับโบกี้รถ
ไฟมาต่อกัน แต่มีขนาดใหญ่โตมาก ภายในถ้ำมีนกนางแอ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก อีกทั้งมีหิน
งอกหินย้อยรูปทรงแปลกตาสวยงามเป็นอย่างยิ่ง
ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู ๖ กิโลเมตร ลักษณะเป็นถ้ำทะลุภายในมี
ห้วยลำคลองงูไหลผ่านตลอด

จุดเด่นที่น่าสนใจคือ เสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจาก
พื้นถึงยอดเสาได้ ๖๒.๕ เมตร นับได้ว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดเท่าที่เคยพบมาใน
ปัจจุบัน อีกทั้งภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย รูปทรงต่างๆ เป็นจำนวนมาก จัดได้ว่า
เป็นถ้ำที่มีความงดงามและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
พระโพธิสัตว์กวนอิม (วัดทุ่งสมอ)พระโพธิสัตว์กวนอิมประดิษฐานอยู่ภายในวัดทุ่งสมอ
เป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่มีลักษณะงดงามมาก ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศ
ตะวันออก ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔ ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร

ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมานมัสการ
พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่องค์หนึ่งซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงาม นอกจากนี้ยังสามารถ
นมัสการพระสังกัจจายน์และพระประธานภายในอุโบสถวัดทุ่งสมอได้อีกด้วย

ขึ้นด้านบน